• All
  • [post-views]

ขโมยข้อมูลผ่านคลื่นความร้อน

สุดล้ำ!ขโมยข้อมูลผ่านคลื่นความร้อน

 

 สุดล้ำ!! ขโมยข้อมูลผ่านคลื่นความร้อน

           โลกนี้ช่างอยู่ยากขึ้นจริงๆ ยิ่งเทคโนโลยีก้าวไกลขึ้นไป พื้นที่ส่วนตัวของคนเราก็หดหายลงไปทุกทีๆ และการป้องกันไม่ให้ผู้อื่นรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวก็ยิ่งยากลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลส่วนตัวที่เก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์แสนรักของเรานั้น กลายเป็นสมบัติที่นักล่าหาผลประโยชน์ต้องการจะล้วง และหาวิธีการล้วงข้อมูลออกไปหลากหลายรูปแบบ
           ล่าสุดนี้ก็มีการเปิดเผยวิธีการล้วงข้อมูลภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ผ่านการตรวจจับคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานของชิพประมวลผลบนเมนบอร์ด คอมพิวเตอร์ แล้วนำไปถอดรหัส ก็จะทราบว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นกำลังทำงานอะไรอยู่
           โลกรู้จักกระบวนการขโมยข้อมูลนี้ จากหนังสือ คริโตโนมิคอน (Cryptonomicon) ของ นีล สตีเฟนสัน ที่ตีพิมพ์ออกมาเมื่อปี 2542 โดยผู้เขียนให้ชื่อว่า กระบวนการ “แวน เอิค” (Van Eck) ที่ใช้วิธีการอ่านค่าคลื่นความร้อนที่คอมพิวเตอร์ส่งออกมา เพื่ออ่านว่าในเวลานั้นหน้าจอมอนิเตอร์ของคอมพิวเตอร์จะปรากฏภาพหรือตัวอักษรอะไรขึ้นมาบ้าง
           ต่อมาเมื่อไม่นานมานี้ นักวิจัยศูนย์ความปลอดภัยไซเบอร์ มหาวิทยาลัยเบน กูเรียน ในอิสราเอล ทดลองทำตามกระบวนการดังกล่าวที่ปรากฏเป็นเพียงตัวหนังสือให้กลายเป็นกระบวนการจริงๆ โดยใช้การเขียนโค้ด (Code) โปรแกรมที่สามารถทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อน ใส่ไว้ในคอมพิวเตอร์สองเครื่อง โดยมีช่องว่างระหว่างคอมพิวเตอร์ทั้งสองเครื่องอยู่ระยะหนึ่ง และไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือระบบเชื่อมโยงข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้นระหว่างคอมพิวเตอร์ทั้งสอง
           ผลปรากฏกว่าคอมพิวเตอร์ทั้งสองเครื่องสามารถส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันได้อย่างสะดวก!!!
           ระบบดังกล่าวใช้วิธีการอ่านระดับความร้อนที่เกิดขึ้นระดับหนึ่งในช่วงเวลาสั้นๆ ของการประมวลผล โดยอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะเกิดจากการประมวลผลตัวเลขดิจิทัล “1” และจะลดลงสู่ระดับพื้นฐานเมื่อประมวลผลตัวเลขดิจิทัล “0” ดังนั้นการจับจังหวะของการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิก็จะรู้ว่า โค้ดที่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นมีลักษณะหน้าตาเช่นใดบ้าง และยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้ผู้ที่จ้องขโมยข้อมูลสามารถรู้ข้อมูลสำคัญอย่างเช่นรหัสผ่าน ได้ด้วยเช่นกัน
           และนี่ไม่ใช่เพียงการทดลองเท่านั้น แต่มีการนำกระบวนการอ่านและส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้อยู่ติดกัน หรือ เชื่อมต่อกันด้วยระบบเครือข่ายมาแล้ว โดยฝีมือของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ ของสหรัฐอเมริกา ร่วมกับอิสราเอล พัฒนามัลแวร์ที่ชื่อว่า “สตุกซ์เน็ต” (Stuxnet) ที่เข้าโจมตีระบบควบคุมเครื่องปั่นในระบบการเสริมสมรรถนะสารกัมมันตภาพมาแล้ว โดยสตุกซ์เน็ตจะเข้าควบคุมลำโพงที่มีอยู่ในเคสของคอมพิวเตอร์ทุกตัว และสั่งการให้ลำโพงผลิตคลื่นความถี่สูงออกมาในระดับที่ไมโครโฟนความถี่สูงตรวจจับได้ แต่เป็นคลื่นความถี่สูงเกินกว่าระดับที่หูมนุษย์จะรับฟังได้
           นี่แหละ โลกยิ่งอยู่ยากขึ้นจริงๆ
ที่มา  :http://www.komchadluek.net/detail/20150328/203675.html
>

Mayong_ness

อยากเขียนเรื่องราวข้อมูลต่างๆ เพื่อให้คนที่สนใจได้เข้ามาอ่าน..อาจจะไม่ได้เขียนทุกวัน..นานๆที่มาเขียนนะคับ..ถ้าข้อมูลใดไม่ถูกต้องก็ ติชมกันได้นะคับ..

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ...