พ่อแม่รังแกฉัน

เรื่องชวนคิด  เรื่องที่  ๑๒

 

Mojpe / Pixabay

 

 

พ่อแม่รังแกฉัน

 

 

 

 

 

 

สมชาย  หรือที่ผู้คนในบ้านเรียกว่า  “คุณหนู”  เป็นอยู่ที่อยู่ในครอบครัวที่เพียบพร้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์  พ่อแม่มีฐานะดี  มีตำแหน่งหน้าที่การงานดี  พ่อเป็นถึงผู้จัดการของบริษัทดังแห่งหนึ่ง  แม่เป็นกรรมการผู้จัดการของห้างใหญ่ในกรุงเทพฯ

ทั้งพ่อและแม่ล้วนมีเงินเดือนสูง  จึงมีชื่อเสียงเป็นที่นับถือของผู้คนในแวดวงธุรกิจ

มีหน้าตาเป็นที่ยอมรับของสังคม  แต่ละวันพ่อแม่จะต้องออกไปทำงานนอกบ้าน

ปล่อยให้คุณหนูอยู่กับแม่บ้านหรือคนรับใช้ในบ้าน  เรื่องต่าง ๆ จึงมอบให้แม่บ้านจัดการ

 

 

 

“วันนี้ไปประชุมแต่เช้า  อยากรับประทานอะไร  ต้องการอะไรก็บอกแม่บ้าน

ได้นะลูก”  แม่โทรศัพท์มาบอกลูกชายในค่ำวันหนึ่ง  ก่อนที่วันพรุ่งนี้จะไม่ได้พบหน้ากัน

รุ่งวันต่อมาลูกชายลุกขึ้นมาก็ไม่เห็นหน้าแม่จริง ๆ ส่วนพ่อนั้นก็ไม่ต้องพูดถึง  เพราะไม่ค่อยเห็นกันอยู่แล้ว  วัน ๆ ลูกจึงเห็นเพียงแม่บ้านและคนทำสวนเท่านั้น

“แม่เราก็เป็นอย่างนี้แหละ  แม้แต่จะมาพูดให้เห็นหน้ากันก็ไม่มีโอกาส  วัน ๆ ก็ได้แต่พูดผ่านทางโทรศัพท์  ไม่รู้งานการอะไรนักหนา”  ลูกชายบ่นให้แม่บ้านฟัง

 

 

 

 

 

“ไม่เป็นไรหรอกคุณหนู  ท่านคงมีธุระมากจริง ๆ เพราะท่านเป็นถึงกรรมการผู้จัดการใหญ่ของห้างใหญ่  ซึ่งมีงานต้องรับผิดชอบมากมาย  คุณหนูคงเห็นใจแม่

ส่วนพ่อนั้นยิ่งต้องรับผิดชอบมาก  ท่านจึงไม่ค่อยมีเวลากลับบ้านเร็ว  กว่าจะมาถึงบ้านคุณหนูก็หลับแล้ว  อันที่จริงท่านก็เป็นห่วงคุณหนูมากนะ  เพราะทุกคนที่เข้ามาในบ้าน  สิ่งแรกที่ท่านไปดูก็คือเดินไปดูคุณหนูว่าเป็นอย่างไร  นอนหรือยัง  แต่คุณหนูหลับแล้ว  จึงไม่รู้เท่านั้น”   แม่บ้านอธิบายให้คุณหนูฟัง  แต่ก็ไม่ได้ทำให้คุณหนูพอใจอะไรนักเลย

“แต่……ก็ไม่รู้อะไรหรอก  เพราะหลับไปแล้วนี่”  ลูกชายพูดเป็นเชิงต่อว่าพ่อแม่

 

 

 

 

 

“วันนี้คุณหนูต้องการรับประทานอะไรจ้า”  เสียงแม่บ้านถามมาจากในครัว

“ไม่ต้องการอะไรหรอก  จะเล่นเกม”  คุณหนูตอบเสียงดุ  และแสดงสีหน้าไม่พอใจ  วันใดที่คุณหนูตอบเสียงดุเช่นนี้  แม่บ้านจะรู้ดีว่าหากไปจู้จี้  ถามอะไรต่ออีกก็จะได้รับคำ

ดุด่ากลับมาอย่างแน่นอน  นางจึงเงียบแล้วเดินจากไป

“ไม่อยากกินอะไรแล้วล่ะ  เกมเท่านั้นที่ทำให้เราอิ่มใจ”  คุณหนูพูดกับหน้าจอ

และก็เข้าสู่เกมที่ชอบต่อไป

 

 

 

 

ทุกวันหลังเลิกเรียน  หรือวันหยุด  สมชายจะท่องไปในโลกของอินเทอร์เน็ต

และเกมในอินเทอร์เน็ตอยู่อย่างนั้น  โดยไม่สนใจกับโลกภายนอกหรือใครจะทำอะไร

ก็ไม่สนใจ  แม้แต่ข้าวก็ไม่อยากรับประทาน  อาหารบรรจุถึงคือสิ่งที่เขารับประทาน

แล้วก็นั่งที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อไป

“โอ้โฮ……วันนี้สนุกจังเลย  ได้คุยกับเลขาของนักร้องดังของประเทศอังกฤษและได้คุยกับเฉินหลงด้วย”  คุณหนูพูดอวดแม่บ้านและมีสีหน้าสดชื่น  ซึ่งก็มักจะเป็นอย่างนี้

หากวันใดเขารู้สึกอารมณ์ดี  ได้เล่นแซ็ตกับคนดังได้  แต่ความจริงจะเป็นอย่างนั้นหรือไม่

แม่บ้านไม่อาจรู้ได้

 

 

นอกจากจะเล่นแซ็ตไปพูดสื่อสารกับดารา  นักร้องดังแล้ว  เขายังเล่นเกมต่าง ๆ

ที่เขาชอบ  ที่สำคัญก็คือเกมนั้นเป็นเกมที่มีการได้เสียหรือที่เรียกว่าพนันด้วย  เขาหลงใหลในเกมจนติดงอมแงม  แม้ดึกดื่นก็ไม่นอน  พ่อแม่รู้สึกแปลกใจ  เพราะก่อนนั้นกว่าจะมา

ถึงบ้านลูกก็นอนหลับแล้ว  แต่ระยะหลังแม้จะมาดึงปานใดลูกชายก็ยังไม่นอน ที่ผิดสังเกตก็คือเขาจะปิดประตู  และเปิดไฟตลอด  จนพ่อแม่สงสัย

“เขาคงทำการบ้านหรือไม่ก็อ่านหนังสือ”  แม่คิดในทางที่ดี

“คุณหนู  นอนหรือยัง”  แม่เรียกในดึกวันหนึ่ง  ไม่มีเสียงตอบจากลูกชาย

แต่ไฟในห้องนอนของเขาดับลงในไม่นาน  หลังจากได้ยินเสียงแม่เรียก

 

 

“คุณหนู  นอนหรือยัง”  แม่เรียกถามในวันต่อมา  ขณะที่เห็นไฟในห้องของลูก

ยังเปิดอยู่  แม้จะเป็นเวลาดึกแล้ว

“ยังครับคุณแม่”  ลูกชายตอบเสียงแผ่วเบาเหมือนคนอิดโรย

“ทำอะไรอยู่หรือลูก”  แม่อยากรู้

“ทำการบ้านครับ”  เขาโกหกแม่อีกครั้ง  หลังจากที่โกหกมาแล้วในวันก่อน ๆ

เพราะความจริงนั้น   ขณะนี้เขากำลังเล่นเกมการพนันอะไรสักอย่าง

“ดึกแล้วก็นอนนะลูก  รักษาสุขภาพด้วย”  แม่บอกด้วยความเป็นห่วง

“ครับคุณแม่  เขาตอบ”  แล้วก็เล่นเกมต่อไป

 

 

 

วันนั้นเป็นวันเสาร์  พ่อแม่ไม่ได้ไปทำงาน  เป็นวันที่ทุกคนจะได้รับประทานอาหารร่วมกัน  ตะวันสายมากแล้ว  แม่จึงมาทำอาหารที่ลูกชายโปรดเพื่อให้ลูกชายทาน  แม่พยายามทำอย่างสุดฝีมือ  เพื่อให้ลูกถูกอกถูกใจ  เมื่อทำเสร็จแล้วแม่ก็ขึ้นไปเรียกลูก

ด้วยตนเอง  เพื่อเป็นการเอาใจลูก  เป็นการทดแทนสิ่งที่หายไปในวันธรรมดา

“ลูก ๆ ตื่นหรือยัง  เอ๊ะ…..ลูกยังไม่ดับไฟหรือลูกเปิดไฟใหม่นะลูก”  แม่สงสัย

เพราะมองเข้าไปในห้องยังเปิดไฟอยู่

 

 

 

“มาทานข้าวนะลูก”  แม่เรียก

“คุณหนู  คุณหนู”  แม่เปลี่ยนจากคำว่า “ลูก”  มาใช้คำว่า  “คุณหนู”  แต่ก็ไม่มี

เสียงตอบจากลูก  แม่จึงเคาะประตูดัง ๆ แต่ก็ไร้เสียงตอบ  แม่จึงเคาะประตูดังๆ อีกครั้ง

ก็ไม่มีวี่แววการตอบรับจากลูก

“หรือลูกเราเป็นอะไรไปแล้ว”  คิดดังนั้นก็รีบไปบอกสามีให้มาดูลูก  พ่อเรียกอย่างไรก็ไม่มีเสียงตอบจากลูกชาย  พ่อจึงใช้เครื่องมือมางัดประตูเข้าไปดู  เมื่องัดประตูเข้าไปก็เห็นลูกชายนอนหลับสนิทเหมือนคนตายแล้ว  แม่เขย่าร่างให้ตื่นแต่ลูกก็ไม่ตื่น

“ลูกเราไม่มีสติ”  แม่พูดเสียงสั่นเครือและน้ำตาซึม

 

 

 

พ่อเข้าไปโอบกอดและช้อนร่างลูกชายขึ้นมา

“โอ๊ะ……นี่ซองยาอะไร”  ผู้เป็นสามีเห็นซองยาใต้ร่างของลูกแล้วยื่นให้ภรรยาอ่าน

“ยาแก้ง่วง”  ภรรยาพูดเสียงตื่นเต้น  ตกใจ

“ลูกเรากินยาแก้ง่วงหรือ”  แม่พูดอย่างสงสัย

“คงใช่  เพราะหลายวันแล้วที่เราเห็นลูกนอนดึก” แล้วทั้งสองก็นำลูกชายไปกาหมอ

เพื่อให้หมอตรวจดูอาการ

 

 

 

 

หมอตรวจดูอาการแล้วก็ลงความเห็นว่า  เขากินยาแก้ง่วงมากเกินไป  เมื่อยาหมดฤทธิ์จึงทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย  นอนหลับจนไม่รู้สึกตัว  เมื่อหมอดูแลแล้วก็ให้กลับบ้าน   พอมาถึงบ้าน  พ่อแม่ก็ซักถามถึงสาเหตุของการกินยา  ลูกชายบอกความจริงให้พ่อแม่ฟังว่าเหตุที่กินเพราะติดเกม  พ่อแม่จึงหาวิธีการที่จะทำให้ลูกเลิกติดเกม  จึงไปปรึกษาผู้ที่มีความรู้ด้านนี้  ท่านแนะนำว่า

“เหตุที่ลูกติดเกม  เพราะเขาขาดความอบอุ่นในครอบครัว  พ่อแม่ไม่ได้ดูแลในด้านจิตใจ  จึงเหมือนไม่ได้สนใจลูก  เงินและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไม่อาจให้ความอบอุ่นแก่ลูกได้”  พ่อแม่ได้ฟังดังนั้นก็เห็นเป็นจริงด้วย  เพราะรู้ว่าคนเองบกพร่องในเรื่องนี้จริง ๆ

 

 

 

 

 

เพื่อให้มีความเข้าใจในเรื่องนี้ยิ่งขึ้น  ทั้งสองจึงไปปรึกษาพระที่มีชื่อเสียง

ด้านจิตใจอีกครั้ง  ท่านให้ข้อคิดว่า

“โยงยังทำหน้าที่พ่อแม่ไม่สมบูรณ์  ยังไม่สงเคราะห์บุตรตามหลักคำสอนของศาสนาพุทธ  หลักสงเคราะห์บุตรนั้นมีดังนี้คือ  หนึ่ง  แนะให้ลูกเว้นจากความชั่ว

สอง  แนะให้ตั้งอยู่ในความดี  เฉพาะสองข้อนี้โยงอาจให้คำแนะนำ  แต่โยมไม่ได้ทำให้ดูไม่ได้อยู่ให้เขาเห็น  คือลูกยังไม่เห็นแบบอย่างจากพ่อแม่  เพราะตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นหน้าพ่อแม่แล้ว  ลูกเลยเหมือนเป็นคนไม่มีพ่อแม่  เคยได้ยินไหมที่ว่า  พ่อแม่รังแกฉัน  นี่แหละคือการรังแกลูกตนเองแท้ ๆ เมื่อเขาเหมือนไม่มีพ่อแม่  ขาดแบบอย่างที่ดี  เขาจึงทำในสิ่งที่เขาอยากทำ  เพื่อชดเชยสิ่งที่เขาขาดหายไป  ดังนั้นจะต้องเริ่มต้นกันใหม่  ไม่สายหรอก”

 

 

 

 

เมื่อได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและพระเช่นนั้น  สองสามีภรรยาก็เริ่มต้นให้เวลาแก่ลูก  อยู่กับลูก  หาทางอยู่กับลูกให้มากที่สุด  งานการที่ทำงานที่พอให้คนอื่นทำแทนก็มอบให้คนอื่นไป  ครั้นถึงเวลาเลิกงานก็รีบกลับบ้าน  ทำความดีให้ลูกดู  อยู่ให้ลูกเห็น     เป็นตัวอย่างแก่ลูก  แล้วลูกก็กลับมาเป็นคนดี  ตั้งใจเรียน  เลิกเล่นเกม  จะใช้อินเทอร์เน็ต

ก็เฉพาะเวลาค้นหาความรู้เท่านั้น  แล้วผลการเรียนของเขาก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดครอบครัว

ก็มีความสุขตลอดไป

 

 

แบบทดสอบหลังเรียน

ชื่อ…………………………………………………………….เลขที่………………….ชั้น……………

วันที่………………เดือน………………………………….พ.ศ………………………………………

คำชี้แจง  จงทำเครื่องหมาย  Q ทับตัวอักษรหน้าคำตอบที่ถูกต้อง

๑.   เรื่องนี้ต้องการคุณธรรมข้อเป็นสำคัญ   (วิเคราะห์)

  • การทำความดีเพื่อเอาใจพ่อแม่
  • การอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความอบอุ่น
  • การประชดพ่อแม่ที่ไม่เอาใจใส่ดูแลลูก
  • การใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์

๒.   เมื่อทราบว่าลูกติดเกม  เหตุใดพ่อแม่จึงต้องนำลูกชายไปหาพระ (วิเคราะห์)

  • พระเป็นผู้ที่มีเหตุผลดี
  • รู้ว่าพระเทศน์ได้ดี ลูกชายคงเชื่อ
  • พระเป็นผู้ที่คนส่วนใหญ่ให้ความเคารพนับถือ
  • รู้ว่าพระเป็นผู้มีความรู้ในด้านจิตใจ

๓.  ชีวิตของสมชายตรงกับคำพูดใดมากที่สุด(วิเคราะห์)

ก.  “ให้เงินก็ไม่เท่ากับให้น้ำใจ”

ข.  “เสียทองเท่าหัวไม่ยอมเสียผัวให้ใคร”

ค.  “น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ”

ง.  “ชั่วช่างชีดีช่างสงฆ์”

๔. การกระทำของสมชายเหมาะหรือไม่  เพราะอะไร(วิเคราะห์)

ก.  ไม่เหมาะสม  เพราะควรเล่นเกมเท่านั้น  ไม่ควรเล่นการพนัน

ข.  ไม่เหมาะสม เพราะควรเข้าใจพ่อแม่ และควรรู้จักแยกแยะดีชั่ว

ค.  เหมาะสม  เพราะเขาไม่ได้รับความอบอุ่นจากครอบครัว

ง.  เหมาะสม  เพราะพ่อแม่จะได้รับปัญหาของลูก

๕.  ชีวิตของสมชายจะไม่เป็นเช่นนี้  หากทำอย่างไร(สังเคราะห์)

ก.  รู้จักการเสียสละ  เห็นเอื้อเฟื้อคนอื่น

ข.  รู้จักให้อภัย  และเห็นใจคนอื่น

ค.  รู้จักใช้เหตุผล  เข้าใจพ่อแม่  และรู้จักหักห้ามใจตนเอง

ง.   เอาแต่ใจตนเอง  ทำในสิ่งที่ตนอยากทำ

๖.  เหตุใดสมชายจึงกินยาแก้ง่วง  (สังเคราะห์)

ก.  ติดเกม  ไม่อยากหนีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์

ข.  ติดเกม  อยากประชดพ่อแม่

ค.  ติดรสชาติของยาแก้ง่วง

ง.  ยาแก้ง่วงทำให้รู้สึกสบายใจ

๗. คำพูดใดไม่สอดคล้องกับเรื่องนี้(วิเคราะห์)

ก.  พ่อแม่จะต้องเอาใจลูกอยู่ทุกเวลา

ข.  ความรักทำให้เกิดปัญหาได้ทุกเวลา

ค.  เงินคือพระเจ้า สามารถบันดาลได้ทุกอย่าง

ง.  เงินไม่อาจซื้อได้ทุกสิ่งอย่าง

๘.  ถ้าไม่อยากเป็นเหมือนสมชายควรทำอย่างไร

ก.  เอาแต่ใจตนเอง  พยายามทำตามที่ตนต้องการให้มากที่สุด

ข.  รู้จักแยกแยะดีชั่ว  เข้าใจสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ

ค.  รู้จักแยกแยะดีชั่ว  เลือกเล่นเกมที่ตนเองจะชนะได้ง่ายที่สุด

ง.  รู้จักการเล่นเกม  โดยอาศัยเทคนิควิธีการที่ฉลาดเพื่อเอาชนะคนอื่น

 

 

 

 

๙.  คำพูดข้อใดถูกต้องมากที่สุดสำหรับเรื่องนี้

ก.  พ่อแม่ควรเข้มงวดกับลูกให้มาก  เพื่อลูกจะได้ไม่เกเร

ข.  พ่อแม่ควรทำงานหนักเพื่อหาเงินไว้ให้ลูก

ค.  พ่อแม่ควรหาทรัพย์สมบัติไว้ให้ลูกมาก ๆ  เพื่อลูกจะได้สบาย

ง. พ่อแม่ควรให้เวลาและดูแลลูก

๑๐.  ควรทำตามใคร  จึงจะไม่เป็นเหมือนสมชาย

ก.  ดี  รู้จักห้ามใจตนเองและไม่เอาแต่ใจ

ข.  แดง  ทำงานอย่างเดียวไม่ยุ่งเกี่ยวใคร

ค.  ดาว ทำงานเพื่อหาเงินอย่างหนัก  จนไม่มีเวลาพักผ่อน

ง.  ดำ  ทำงานเพื่อเอาหารายได้พิเศษ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เฉลย

๑.  ข             ๒.  ง             ๓.  ก             ๔.  ข             ๕.  ค

๖. ก              ๗.  ง            ๘.  ข             ๙.  ง            ๑๐.  ก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บรรณานุกรม

กลุ่มงานพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและกระบวนการเรียนรู้  กลุ่มนิเทศ

ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา  สำนักงานเขตพื้นที่

การศึกษาอุบลราชธานีเขต  ๑.  คู่มือการจัดกระบวนการเรียนรู้

ภาษาไทย  เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิด.  อุบลราชธานี.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานีเขต  ๑,  ๒๕๔๙.

เกรียงศักดิ์  เจริญวงศ์ศักดิ์.  การคิดคิดวิเคราะห์.  กรุงเทพฯ  :  ซัคเซสมีเดีย,  ๒๕๔๖.

––––––––––––.  การคิดเชิงประยุกต์.  กรุงเทพฯ  :  ซัคเซสมีเดีย,  ๒๕๔๖.

––––––––––––.  การคิดเชิงสร้างสรรค์.  กรุงเทพฯ  :  ซัคเซสมีเดีย,  ๒๕๔๕.

––––––––––––.  การคิดเชิงกลยุทธ์.  กรุงเทพฯ  :  ซัคเซสมีเดีย,  ๒๕๔๕.

––––––––––––.  การคิดเชิงเหตุผล.  กรุงเทพฯ  :  ซัคเซสมีเดีย,  ๒๕๔๕.

––––––––––––.  การคิดเชิงมโนทัศน์.  กรุงเทพฯ  :  ซัคเซสมีเดีย,  ๒๕๔๕.

––––––––––––.  ลายแทงนักคิด.  กรุงเทพฯ  :  ซัคเซสมีเดีย,  ๒๕๔๔.

เกียรติวรรณ  อมาตยกุล.  สอนให้เป็นอัจฉริยะ.  พิมพ์ครั้งที่  ๔.  กรุงเทพฯ  :

ห้างหุ้นจำกัดภาพพิมพ์,  ๒๕๓๔.

โกวิท  ประวาลพฤกษ์.  รูปแบบการสอนความคิด  ค่านิยม  จริยธรรมและทักษะ.

(อัดสำเนา)

คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ,  สำนักงาน.  ทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อพัฒนา

กระบวนการคิด.  กรุงเทพฯ  :  ไอเดีย  สแควร์,  ๒๕๔๐.

––––––––––––.  เก็บความรู้สู่ความคิด.  กรุงเทพฯ  :  บริษัทมีเดียส์ คอร์ปอเรชั่นจำกัด,

๒๕๔๓.

จุฑามาศ  เจริญธรรมและคณะ.  คู่มือการจัดกิจกรรม  การอ่านคิดวิเคราะห์.  กรุงเทพฯ:

เนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป,  ๒๕๔๖.

ชัยอนันต์  สมุทรพาณิช.  Plearn  เพลิน  –  เล่น  –  เรียน.  กรุงเทพฯ  :  วชิราวุธวิทยาลัย,

๒๕๔๐.

 

––––––––––––.  การคิดแบบสร้างสรรค์และการทำแผนที่ความคิด.(อัดสำเนา),

๒๕๔๒

ชาตรี  สำราญ.  สอนให้คิด  คิดให้สอน.  พิมพ์ครั้งที่  ๒.  กรุงเทพฯ  :  มูลนิธิสดศรี-

สฤษดิ์วงศ์,  ๒๕๔๐.

ทิศนา  แขมมณี.  การคิด  และการสอนเพื่อพัฒนากระบวนการคิด.  กรุงเทพฯ  :

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ,  ๒๕๔๔.

––––––––––––.  เทคนิควิธีการส่งเสริมและพัฒนาความสามารถในการคิด.  เอกสาร

ประกอบการประชุมปฏิบัติการเรื่องอนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้

สำหรับครูยุคใหม่.  ครั้งที่  ๒  วันที่ ๒  กันยายน  ๒๕๔๓  (อัดสำเนา)

––––––––––––.  วิทยาการด้านการคิด.  กรุงเทพฯ  :  พัฒนาวิชาการ(พว.),  ๒๕๔๓.

ธัญญา  ผลอนันต์.  แบบฝึกหัดคิดพิชิต  Mind  Map.  กรุงเทพฯ  :  บริษัทมิลเลนเนียม

มายด์  จำกัด,  ๒๕๔๕.

บันลือ  พฤกษะวัน.  วรรณกรรมกับเด็ก.  กรุงเทพฯ  :  บริษัทโรงพิมพ์ไทยวัฒนา

พานิชจำกัด,  ๒๕๓๖.

ประภาศรี  สีหาอำไพ.  “ภาษากับความคิด”  ภาษาไทย  ๒.  กรุงเทพฯ  :  สำนักพิมพ์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  ๒๕๓๗.

ฝ่ายวิชาการ  เอ็กซเปอร์เน็ท.  เทคนิคการคิดและจำอย่างเป็นระบบ.  กรุงเทพฯ  :

บริษัทด่านสุทธาการพิมพ์จำกัด,  ๒๕๔๔.

–––––––––––––.  คนฉลาดคิด.  กรุงเทพฯ  :  สำนักพิมพ์เอ็กชเปอร์เน็ท,  ๒๕๔๓.

วรรณี  โสมประยูร.  การสอนภาษาไทยระดับประถมศึกษา.   กรุงเทพฯ  :  โรงพิมพ์

ไทยวัฒนาพานิช, ๒๕๓๗.

วิชาการ, กรม.   ความคิดสร้างสรรค์  :  หลักการ  ทฤษฎี  การเรียนการสอน  การวัดผล

ประเมินผล.  กรุงเทพฯ :  ๒๕๓๒.

––––––––––––.  การเรียนรู้เพื่อพัฒนากระบวนการคิด.  เอกสารชุดเทคนิคการจัด

กระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุด.  กรุงเทพฯ :  โรงพิมพ์

การศาสนา,  ๒๕๔๓.

ศึกษานิเทศน์,  หน่วย.  กรมสามัญศึกษา.  รายงานการวิจัยการสร้างรายวิชาการคิดเป็น.

กรุงเทพฯ  :  กรมสามัญศึกษา  กระทรวงศึกษาธิการ,  ๒๕๓๗.

––––––––––––.  สอนให้คิด.(พิมพ์ครั้งที่  ๒).  กรุงเทพฯ  :  โรงพิมพ์การศาสนา,

๒๕๔๕.

สมปัต  ตัญตรัยรัตน์และคณะ.  เรียนรู้ภาษาไทยโดยเน้นกระบวนการคิด  สอนให้คิด

คิดแล้วเขียน  เขียนจากความคิด.  กรุงเทพฯ  :  บริษัทโรงพิมพ์

ไทยวัฒนาพานิชจำกัด,  ๒๕๔๕.

สมศักดิ์  สินธุระเวชญ์และคณะ.  สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  ชั้นประถมศึกษา

ปีที่ ๕. กรุงเทพฯ:  บริษัทสำนักพิมพ์วัฒนาพานิชจำกัด,  ๒๕๔๗.

สร้อยสุดา  มาดี.  พาคิด-พาเขียน.  กรุงเทพฯ  :  โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว,  ๒๕๓๙.

สำลี  รักสุทธี.  แบบฝึกทักษะการอ่าน  คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ  ชั้นประถมศึกษา

ปีที่  ๕.      กรุงเทพฯ  :  สำนักพิมพ์พัฒนาศึกษา,  ม.ป.ป.

สุวิทย์  มูลคำ.  กลยุทธ์การสอนคิดวิเคราะห์.  กรุงเทพฯ  :  บริษัทดวงกมลสมัยจำกัด,

๒๕๔๗.

––––––––––––.  กลยุทธ์การสอนคิดเชิงสังเคราะห์. กรุงเทพฯ  :  บริษัทดวงกมลสมัย

จำกัด,  ๒๕๔๗.

อารี  พันธ์มณี,  รศ.ดร.  คิดอย่างสร้างสรรค์.  กรุงเทพฯ  :  บริษัทต้นอ้อแกรมมีจำกัด,

๒๕๔๐.

อารี  รังสินันท์.  “ที่คิดว่าสร้างสรรค์นั้นเป็นอย่างไร”  เอกสารประกอบการสอนชุด

ภาษาไทยกับความคิดสร้างสรรค์.  กรุงเทพฯ  :  กรมการฝึกหัดครู,

๒๕๒๔.

 

 

 

>

Mayong_ness

อยากเขียนเรื่องราวข้อมูลต่างๆ เพื่อให้คนที่สนใจได้เข้ามาอ่าน..อาจจะไม่ได้เขียนทุกวัน..นานๆที่มาเขียนนะคับ..ถ้าข้อมูลใดไม่ถูกต้องก็ ติชมกันได้นะคับ..

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ...