ให้ไปย่อมได้มา

เรื่องชวนคิด  เรื่องที่  ๑๑

Alexas_Fotos / Pixabay

 

ให้ไปย่อมได้มา

 

 

 

 

 

 

แก้วตาอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น  พ่อแม่เป็นคนมีศีลมีธรรม  ยามเช้าแม่จะใส่บาตรพระเป็นประจำ  พ่อก็มักทำบุญที่วัด  เมื่อถึงเทศกาลงานบุญพ่อจะ

ไม่เคยขาด

“การทำบุญจะทำให้เราได้บุญนะลูก  เราทำสิ่งใดก็จะได้สิ่งนั้น  ถ้าเราทำ

ดีก็จะได้ดี  ทำชั่วก็จะได้ชั่วตอบแทน”  แม่สอนแก้ว  ก่อนบอกให้เธอไป

ใส่บาตรแทนในเช้าวันหนึ่ง  เธอเดินไปใส่บาตรด้วยความอิ่มเอมใจ  ทั้งซึ้ง

ในคำสอนของแม่  และดีใจที่ได้ใส่บาตร

 

 

 

วันหนึ่งแม่พาเธอไปทำบุญที่พระ  เพราะเป็นวันพระ  เธอจำคำเทศนาของพระได้ที่ว่า

“เราเกิดมาเป็นคนแล้วสามารถทำความดีได้ทุกวัย  ไม่จำเพาะว่าต้องเป็นผู้ใหญ่เท่านั้น  เป็นเด็กก็ทำได้  ทำความดีนั้นสามารถทำได้ทุกที่  ทุกเวลา  และทำได้กับทุกคนด้วย”

ด้วยคำสอนนี้นั่นเอง  เธอจึงพยายามนำไปปฏิบัติตาม  ด้วยการทำความดีกับทุกคน  ทำทุกเวลาและทำทุกที่ที่มีโอกาส

“ฉันจะไม่ปล่อยโอกาสการทำความดีให้หายไป”  เธอตั้งใจแน่วแน่

 

 

 

 

คุณแม่พาเธอปลูกผลไม้ในสวนเล็ก  ๆ  น้อย  ๆ เมื่อเกิด ผลผลิตได้

แบ่งปันให้ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านกิน  ครอบครัวของเธอจึงได้รับความรัก

ความเคารพจากเพื่อนบ้าน  และได้รับคำชมเชยจากเพื่อนบ้านเสมอ

“ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่ดีจริง ๆ นะ  ทุกคนล้วนมีน้ำใจ  พ่อ  แม่

ลูกเหมือนกันทั้งนั้น”  เพื่อนบ้านคนหนึ่งพูดชมกับเพื่อน ๆ

“ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ  ดูสิมีขนุนผลเดียวก็นำมาให้เรารับประทานด้วย  ถ้าเป็นคนอื่นอาจเก็บไว้กินคนเดียวก็ได้”  เพื่อนบ้านคนหนึ่งเห็นด้วย

 

 

 

 

 

วันหนึ่งแก้วตาเดินทางไปตลาดกับคุณแม่  เธอพบคุณยายคนหนึ่ง

กำลังเดินงก  ๆ เงิ่น  ๆ ข้ามถนนตรงทางม้าลาย ในขณะที่มีสายตาหลายคู่

มองดูด้วยความเฉยเมย และมองเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่เธอรู้สึกสงสารและจำคำสอนของพระได้เสมอที่บอกว่า

“ความดีทำได้ทุกที่  ทำได้ทุกเวลาและไม่เลือกบุคคลด้วย”

เธอรีบเข้าไปช่วยเหลือด้วย  เพราะถือว่าเป็นการทำความดี

เป็นหน้าที่และยังคิดไปว่า  ถ้าคุณแม่เราแก่แล้วคงจะลำบากเหมือนคุณยาย

 

 

 

แม่พาเธอเดินของในตลาด  ไปเจอแม่ค้าและคนซื้อกำลังต่อรองราคากันและเกิดถกเถียงกันขึ้น

“จะซื้อก็ซื้อไม่ควรมาต่อรองอะไรมากมาย  ไม่ซื้อก็หนีไปไป๊…”

แม่ค้าพูดด้วยอาการโมโหที่ลูกค้าต่อรองราคาแล้วก็ไม่ซื้อสักที  เธอเห็นแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ  ครั้นเดินไปอีกร้านหนึ่งก็เห็นคนซื้อกำลังต่อสินค้าอีก

“เอ…..ทำไมคนในสังคมจึงเป็นเช่นนี้ค่ะคุณแม่”  เธอถามแม่

“มันก็เป็นอย่างนี้แหละลูก  พ่อค้าก็ตั้งราคาไว้สูง  คนขายก็คิดว่าตนเองถูกเอาเปรียบจึงต่อรองราคา  ถ้าถูกเจ้าของร้านใจดีก็อาจได้ลดราคา  ถ้าเขากำลังใจไม่ดีก็อาจต่อไล่ออกจากร้านอย่างที่ลูกเห็นนั่นแหละ” แม่บอก

 

 

ขณะแม่กำลังหาซื้อสิ่งของ  เธอก็เดินเข้าไปซื้อกระโปรงจากร้านค้า

แห่งหนึ่ง  กระโปรงนั้นไม่ได้ติดราคาไว้  เธอจึงถามแม่ค้าว่า

“โทษคะ  กระโปรงตัวนี้ราคาเท่าไรค่ะ”  แม่ค้าสังเกตแววตาและคำพูดของเธอแล้วก็รู้ว่าเป็นเด็กที่ดีมีคุณธรรม  เกิดความชื่นชม  อยากลองใจเธอ

จึงบอกราคาไว้สูงเหมือนกับที่เคยบอกกับคนอื่น  เธอไม่ต่อราคาแม้แต่คำเดียว  แล้วล้วนเงินให้แม่ค้า  แทนที่แม่ค้าจะรับเงินกลับส่งยิ้มและบอกกับเธอว่า

“โอ……เธอเป็นเด็กที่ดีมาก  เป็นเด็กมีคุณธรรม  เธอไม่ต่อรองราคาเลย  ฉันจะขายให้เธอในราคาเท่าทุน”  แล้วแม่ค้าก็ลดราคาให้เธอถึงเกือบครึ่ง

แม้เธอจะบอกว่าต้องการจ่ายเต็มราคาเหมือนที่บอกครั้งแรก  แต่แม้ค้าก็ไม่ยอม  เพราะแม่ค้าเองก็เป็นคนมีศีลธรรม  เมื่อพบเด็กที่ดีจึงอยากทำบุญร่วมกัน

 

เธอเดินไปหาคุณแม่ด้วยใบหน้าเอิบอิ่ม  เป็นสุขและพูดกับแม่ว่า

“คุณแม่ค่ะ  หนูซื้อกระโปรง  แม่ค้าบอกราคาหนึ่ง  ลูกก็ไม่ได้ต่อราคา  แต่แม่ค้าลดให้เอง  และลดราคามากด้วย  เขาบอกว่าขายให้ในราคาเท่าทุน

และเขาบอกเหตุผลว่าพบเด็กดีมีคุณธรรม  ลูกพยายามให้ราคาเท่าที่บอกครั้งแรกเขาก็ไม่ยอม  คุณแม่คิดว่าลูกทำผิดหรือถูกค่ะ”

“ไม่ผิดหรอกลูก  ที่เขาทำเช่นนั้นเพราะเขาเห็นความดีของลูก  และแสดงว่าเขาก็เป็นคนมีคุณธรรม  อยากทำความดีเช่นกัน  อย่างนี้เรียกว่าคนดีย่อมมีโอกาสมาพบกันและได้ทำความดีร่วมกัน  และที่สำคัญคือเขาได้กำไรจากคนอื่นมามากแล้ว  การลดราคาให้ลูกจึงเท่ากับเป็นการทำบุญเพื่อทดแทนสิ่งที่เขาเสียไปกับลูกค้าคนอื่น”  แม่ให้เห็นผล

 

เมื่อแม่พูดจบ  เธอก็คิดไตร่ตรองคำพูดของคุณแม่ เธอสงสัย

อยู่คำหนึ่ง  คือคำว่า  “สิ่งที่เขาเสียไป”

“คุณแม่ค่ะ  คำว่า สิ่งที่เขาเสียไป  คุณแม่หมายถึงอะไรค่ะ”

“สิ่งที่เขาเสียไปก็คือเขาเอากำไรจากคนอื่นมาก ๆ นั่นเอง  เพราะพระเคยสอนไว้ว่า  ถ้าเราเอาจากคนอื่นมาก ๆ ก็เท่ากับเราขาดทุนหรือเสียไป  ดังนั้นที่เขาให้ลูกก็แสดงว่าเขาต้องการทดแทนสิ่งที่เขาขาดหายไปนั่นเอง”

แม่อธิบายให้ทราบถึงคำว่า  “ขาดหายไป”  กับสิ่งที่ได้มา หรือกำไรและขาดทุนตามแนวทางคำสอนของพระ  ทำให้เธอเข้าใจยิ่งขึ้น

 

 

ณ ห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  ๕ วันนั้นดูคึกคักเป็นพิเศษ

เพราะคุณครูได้มอบรางวัลให้กับนักเรียนที่ทำความดีด้านต่าง ๆ แก้วตาได้รับ

รางวัลจากคุณครูในด้านมีผลการเรียนดี ทำกิจกรรมดีเด่น และมีความประพฤติดี

เธอมีความภาคภูมิใจ และมีความสุขมาก ที่คุณครูให้กำลังใจในครั้งนี้

“ดีใจจังเลย  สิ่งที่เราทำมาเกิดประโยชน์จริง ๆ”  เขาคิดในใจขณะออกไปรับรางวัลจากคุณครู  ความดีของเธอส่งผลถึงตัวเธอเอง  คนรอบข้าง คือพ่อแม่และเพื่อน ๆ ด้วย  เพราะใคร  ๆ  ก็รักเธอ  เธอจึงมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข

 

 

แบบทดสอบ

ชื่อ…………………………………………………………….เลขที่………………….ชั้น……………

วันที่………………เดือน………………………………….พ.ศ………………………………………

 

คำชี้แจง  จงทำเครื่องหมาย  Q ทับตัวอักษรหน้าคำตอบที่ถูกต้อง

๑.   เรื่องนี้ต้องการคุณธรรมข้อเป็นสำคัญ      (วิเคราะห์)

  • การทำความดีกับคนที่เรารัก เราชอบ
  • การทำความดีทุกอย่าง ทุกเวลา ทุกสถานที่
  • การทำความดีเมื่อต้องการได้สิ่งตอบแทนที่ดี ๆ เท่านั้น
  • การทำความดีเพื่อให้คนอื่นยกย่องชมเชยจะได้เป็นคนเด่นคนดี

๒.  การที่แก้วตานำยายแก่ข้ามถนน  แสดงว่าเธอมีคุณธรรมข้อใด  (วิเคราะห์)

  • มีเหตุมีผล รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
  • ไม่มีความประมาท
  • มีความขยัน หมั่นเพียร
  • มีความเมตตา สงสาร

๓.  ชีวิตของแก้วตาตรงกับคำพูดใดมากที่สุด(วิเคราะห์)

ก.  “หว่านพืชเช่นไร  ย่อมได้ผลเช่นนั้น”

ข.  “ความชั่วไม่ทำเลยดีกว่า”

ค.  “หว่านพืชย่อมหวังผล”

ง.  “ความดีเป็นสิ่งทำได้ยากยิ่ง”

 

 

 

 

๔.  ชีวิตของแก้วตาจะไม่เป็นเช่นนี้  หากทำอย่างไร  เพราะอะไร(สังเคราะห์)

ก.  ไม่รู้จักการเสียสละ  เห็นเอื้อเฟื้อคนอื่น  เพราะการเสียสละจะทำให้เกิดการแบ่งปันน้ำใจให้แก่กันและกัน  ทำให้ชีวิตมีสุขได้

ข.  ไม่รู้จักให้อภัย  และเห็นใจคนอื่น  เพราะการอภัยจะทำให้คนใจเย็นไม่วู่วาม  ไม่ตามใจตนเอง

ค.  เอาแต่ใจตนเอง  ไม่รู้จักหักห้ามใจ  เพราะใจของเราส่วนใหญ่จะคิดในทางที่ไม่ดี หากเราไม่รู้จักหักห้ามใจก็จะทำให้เราทำแต่สิ่งที่ไม่ดีได้

ง.  ไม่รู้จักเมตตา  และสงสารคนอื่น  เพราะความเมตตาจะช่วยให้เราและคนอื่นเป็นสุขได้  สังคมก็จะมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข

๕.  นักเรียนคิดว่าเรื่อง  ต้องการสื่อเรื่องอะไรเป็นสำคัญ  (สังเคราะห์)

ก.  การทำความดี

ข.  การเอาชนะใจคนอื่นด้วยการทำความดี

ค.  การแกล้งทำให้คนอื่นเข้าใจว่าตนเองดี

ง.  การทำความดีเพื่อให้คนอื่นยกย่อง

๖.  นักเรียนเห็นด้วยกับความคิดและการกระทำของแก้วตาหรือไม่  เพราะอะไร

(สังเคราะห์)

ก.  เห็นด้วย  เพราะเป็นความคิดที่เป็นประโยชน์แก่ตนเอง

ข.  เห็นด้วย  เพราะเป็นความคิดที่ดี  มีน้ำใจ

ค.  ไม่เห็นด้วย  เพราะเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัว

ง.  ไม่เห็นด้วย  เพราะเป็นการทำดีเพื่อเอาหน้า

 

 

 

 

๗.  ถ้าคนในสังคมมีความคิดเหมือนแก้วตามาก ๆ จะเป็นอย่างไร(วิเคราะห์)

ก.  ไม่ดี  เพราะทำให้สังคมเกิดความวุ่นวายตามมา

ข.  ไม่ดี  เพราะผู้คนจะเกิดความลำบากยากเย็น

ค.  ดี  เพราะจะทำให้คนทำบุญเพื่อให้คนอื่นยกย่อง  ชมเชย

ง.  ดี  เพราะผู้คนจะมุ่งทำความดี  ทำให้สังคมมีความสุข

๘. การกระทำตามข้อใดจะทำให้สังคมสงบสุข  ร่มเย็น(สังเคราะห์)

ก.  เขียว  มีน้ำใจ  เสียสละเพื่อส่วน

ข.  ขาว  ทำงานเพื่อต้องการสิ่งตอบแทน

ค.  ดาว  ทำงานเพื่อเอาชนะใจเจ้านาย

ง.  แดง  ทำงานหนักเฉพาะที่เป็นงานของตนเท่านั้น

๙.  เรื่องนี้ต้องการสื่อให้ทราบข้อใด(วิเคราะห์)

ก.  การอดออม

ข.  ความสามัคคี

ค.  ความขยัน

ง.  ความมีน้ำใจ

๑๐.  ถ้าคนส่วนใหญ่ทำตรงกันข้ามกับแก้วตาจะเป็นอย่างไร(สังเคราะห์)

ก.  ไม่ดี  เพราะผู้คนจะมุ่งหน้าทำดีอย่างเดียว  ทำให้ไม่สนุกสนาน

ข.  ไม่ดี  เพราะผู้คนจะมีความเห็นแก่ตัว  ไม่มีน้ำใจต่อกัน

ค.  ดี  เพราะจะทำให้คนเห็นแก่ตัว  ทำให้คนแข่งขันกันทำงาน

ง.  ดี  เพราะผู้คนจะได้รู้จักพึ่งตนเอง  ไม่ต้องอาศัยใคร

 

 

 

 

 

เฉลย

๑.  ข             ๒.  ง             ๓.  ก             ๔.  ค             ๕.  ก

๖.  ข              ๗.  ง             ๘.  ก             ๙.  ง             ๑๐.  ข

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Mayong_ness

อยากเขียนเรื่องราวข้อมูลต่างๆ เพื่อให้คนที่สนใจได้เข้ามาอ่าน..อาจจะไม่ได้เขียนทุกวัน..นานๆที่มาเขียนนะคับ..ถ้าข้อมูลใดไม่ถูกต้องก็ ติชมกันได้นะคับ..

You may also like...