พลังน้ำใจรวมไหลแรง

เรื่องชวนคิด  เรื่องที่  ๗

พลังน้ำใจรวมไหลแรง

ณ หมู่บ้านเม่นใหญ่ปีนี้แล้งหนักหนา  ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ย่างเข้าเดือนหกแล้วก็ยังไม่มีน้ำจะไถหว่าน ผู้ใหญ่บุญมาได้ติดต่อทางราชการ  ขออนุญาตทำคลองน้ำ ให้ไหลทั่วหมู่บ้าน แต่ก็ขาดเงินทุน จึงไม่ได้รับความช่วยเหลือ ชาวบ้านมีความลำบากและเกิดปัญหามาก

“เราจะหาทางช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างไรหนอ”  ผู้ใหญ่บ้านคิดในใจ

ผู้ใหญ่บุญมาจึงเรียกประชุมเพื่อขอแรงชาวบ้าน ช่างยากเย็นแสนเข็ญ

เรียกประชุมครั้งแล้วครั้งเล่า  ก็ไม่ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้าน คนที่มาประชุม

ทุกครั้งคือคนที่มีผืนนาที่ไกลที่สุดและแล้งที่สุด ผู้ใหญ่บุญมาจึงคิดหาวิธีที่จะทำให้คนในหมู่บ้านได้เห็นความสำคัญ และความจำเป็นของการช่วยเหลือกัน

ในทางส่วนรวมจึงได้ไปปรึกษาหลวงพ่อที่วัดเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหา

“เราควรไปปรึกษากับหลวงพ่อที่วัดดีกว่า  เพราะท่านเป็นพระนักคิด

นักพัฒนาและเป็นศูนย์รวมของชาวบ้าน”  เขาคิดในใจคนเดียว

 

กระทั่งวันหนึ่ง สัญญาณเสียงกลองที่วัดดังขึ้น ด้วยความศรัทธาและ

ความอยากรู้อยากเห็นชาวบ้านจึงมากันเต็มศาลา หลวงพ่อจึงเล่าถึงหมู่บ้านว่า

“ญาติโยมทั้งหลาย  แต่เดิมหมู่บ้านของเรามีแต่ความอุดมสมบูรณ์

ความสนุกสนานเมื่อเวลาทำบุญสุนทาน ขณะนี้หมู่บ้านของเราคนหนุ่มสาวไปทำงานในเมืองหมด พ่อแม่ก็แก่เฒ่านับวันหมู่บ้านมีแต่ จะร้างแล้วเด็กๆ จะอยู่กันอย่างไร”

สีหน้าของท่านแสดงถึงความไม่สบายใจ

 

“ญาติโยมรู้ไหมว่าสาเหตุมาจากอะไร”  ท่านตั้งคำถามเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมคิดร่วมทำ  เพื่อจะได้ความกระตือรือร้นมากขึ้น

“ผมคิดว่าเป็นเพราะการทำนาไม่ได้ผลครับ”  ทิดสาตอบ

“แล้วเหตุใดการทำนาจึงไม่ได้ผลล่ะ”  หลวงพ่อถาม

“เป็นเพราะบ้านเราขาดแคลนน้ำครับ  อาศัยน้ำธรรมชาติก็ไม่ค่อยพอ  เพราะฝนไม่ตกถูกต้องตามฤดูกาล”  เสียงชายคนหนึ่งตอบมาจากข้างหลัง

“ใช่…..อาตมาเห็นด้วย  เป็นเพราะหมู่บ้านเราขาดแคลนน้ำทำนา”  หลวงพ่อเห็นด้วยกับเหตุผลของชายคนนั้น

“ถ้าอย่างนั้นเรามาร่วมกันขุดแหล่งน้ำกันเองดีไหม  โดยไม่ต้องรออาศัยงบ

จากทางราชการอะไรหรอก”  หลวงพ่อเสนอ  ผู้คนต่างพูดไปในทำนองเดียวกันว่า

หากรองบประมาณของทางราชการก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจึงจะได้

“ผมเห็นด้วยครับ”  “ผมก็เห็นด้วยครับ”  ชาวบ้านสนับสนุน

“ฉันก็เห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ชาวบ้านจะต้องร่วมมือหาแหล่งน้ำเอง”

กลุ่มสตรีแม่บ้านก็เห็นพ้องต้องกัน

 

“นี่ถือว่าเป็นมติของชาวบ้านนะ”  หลวงพ่อพูด

“ครับ  ผมถือว่าเป็นความเห็นร่วมกัน”  ผู้ใหญ่บ้านสนับสนุน

เมื่อชาวบ้านได้ร่วมกันเสนอ  หาทางออกของปัญหาและรับฟังความคิดเห็น

ของกันและ  ร่วมกันพิจารณาเหตุผล  จึงมองเห็นความจำเป็น ความสำคัญของการ

ช่วยเหลือกัน  ผู้ใหญ่บุญมาจึงอาสารวมกลุ่มขุดคลองน้ำส่วนผู้หญิงมีหน้าที่ส่งข้าว

ส่งน้ำ

จากนั้นชาวบ้านก็ร่วมกันขุดแหล่งน้ำ  ขุดคลองส่งน้ำ  หลังเลิกงาน

ชาวบ้านจะมาปรึกษาหารือกันที่วัด เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา ในที่สุดน้ำก็ไหล

ไปทั่วคลองเกิดความชุ่มชื่น ความอุดมสมบูรณ์ตามมา ชาวบ้านจึงตระหนัก

ถึงความจำเป็นที่ต้องร่วมมือ และมีความสามัคคี ชีวิตจึงจะพบความสำเร็จ

และความสุขความเจริญตามมา

 

 

แบบทดสอบ

ชื่อ…………………………………………………………….เลขที่………………….ชั้น……………

วันที่………………เดือน………………………………….พ.ศ………………………………………

 

คำชี้แจง  จงทำเครื่องหมาย  Q ทับตัวอักษรหน้าคำตอบที่ถูกต้อง

๑.  เหตุใดเมื่อมีปัญหา  ผู้ใหญ่บ้านจึงปรึกษาหลวงพ่อ   (วิเคราะห์)

  • หลวงพ่อเป็นผู้มีญาติพี่น้องมากมาย
  • หลวงพ่อเป็นนักคิด นักพัฒนา
  • หลวงพ่อเป็นพระที่มีบุญบารมีมาก
  • พลวงพ่อเป็นนักวางแผนที่ดี

๒.  เหตุใดชาวบ้านจึงเห็นพ้องกับข้อเสนอของหลวงพ่อ  (วิเคราะห์)

  • เพราะหลวงเป็นพระที่มีอิทธิพลต่อทุกคนในหมู่บ้าน
  • เห็นว่าเป็นข้อเสนอที่ดี และได้ร่วมมือกันพัฒนา
  • เห็นว่าหลวงพ่อเป็นพระนักพัฒนาคงไม่พาให้เสียหายแน่นอน
  • เพราะเกรงใจหลวงพ่อ จึงร่วมมืออย่างว่าง่าย

๓.  อะไรคือสาเหตุที่ผู้ใหญ่บ้านต้องไปปรึกษาหลวงพ่อ(วิเคราะห์)

ก.  ความขาดแหล่งน้ำ  ความไม่อุดมสมบูรณ์ของหมู่บ้าน

ข.  ปัญหาข้าวยากหมากแพง

ค.  ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

ง.  ปัญหาขาดความสามัคคีภายในหมู่บ้าน

 

 

 

๔.  ข้อใดคือลักษณะของผู้คนในหมู่บ้านนี้(สังเคราะห์)

ก.  มีการแก่งแย่งและขัดแย้งกันมาก

ข.  มีความเห็นแก่ตัวสูง

ค.  มีความสามัคคีกันดี

ง.  ไม่มีความสามัคคีกัน

๕.  เรื่องสอดคล้องคุณธรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร  (สังเคราะห์)

ก.  ความสามัคคี

ข.  ความกตัญญู

ค.  ความเมตตา

ง.  การประหยัด

๖.  คุณธรรมข้อใดที่จะทำให้งานส่วนรวมสำเร็จได้ดี(สังเคราะห์)

ก.  การให้อภัยแก่กันและกัน

ข.  ความสามัคคี  ความขยัน

ค.  ความมีน้ำใจต่อกัน

ง.  ความเมตตาต่อกัน

๗.  ถ้าคนในสังคมมีความคิดแตกแยกกัน  จะเป็นอย่างไร(วิเคราะห์)

ก.  ดี  เพราะทำให้สังคมอยู่กับแบบตัวใครตัวมัน  จะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกัน

ข.  ดี  เพราะผู้คนจะได้ไม่ต้องอาศัยคนอื่น

ค.  ไม่ดี  เพราะจะทำให้คนขาดความขยัน

ง.  ไม่ดี  เพราะผู้คนจะไม่เคารพกัน  มุ่งทำร้ายทำลายกัน

 

 

 

๘. การกระทำของใครสอดคล้องกับการกระทำของผู้นำหมู่บ้านในเรื่องนี้

มากที่สุด(สังเคราะห์)

ก.  ขาว  ทำงานไปแล้วพบปัญหาแก้ไม่ได้  จึงไปปรึกษาหัวหน้างาน

ข.  เขียว  ทำงานหนัก  แต่ไม่ยอมปล่อยเวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์

ค.  ดาว  เป็นคนอดทน  แม้งานหนัก็ไม่เคยปริปากบ่น

ง.  แดง  เป็นคนขยัน งานของเขาจึงสำเร็จตามเป้าหมาย

๙.  เรื่องนี้ต้องการสื่อให้ทราบในเรื่องใด(วิเคราะห์)

ก.  การประหยัด

ข.  ความเสียสละ

ค.  ความขยัน

ง.  ความสามัคคี

๑๐.  ถ้าคนในสังคมอื่น ๆ มีพฤติกรรมเหมือนชาวบ้านในเรื่องนี้มาก ๆ

จะเป็นอย่างไร      (สังเคราะห์)

ก.  ดี  เพราะผู้คนจะรู้จักเอาตัวรอด

ข.  ดี  เพราะผู้คนจะมีความสามัคคีกัน  ช่วยเหลือกัน

ค.  ไม่ดี  เพราะจะทำให้คนเห็นแก่ตัว

ง.  ไม่ดี  เพราะผู้คนจะไม่รู้จักพึ่งตนเอง

 

 

 

 

 

 

เฉลย

๑.  ข             ๒.  ง             ๓.  ก             ๔.  ค             ๕.  ก

๖.  ข              ๗.  ง             ๘.  ก             ๙.  ง             ๑๐.  ข

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น

Mayong_ness

อยากเขียนเรื่องราวข้อมูลต่างๆ เพื่อให้คนที่สนใจได้เข้ามาอ่าน..อาจจะไม่ได้เขียนทุกวัน..นานๆที่มาเขียนนะคับ..ถ้าข้อมูลใดไม่ถูกต้องก็ ติชมกันได้นะคับ..

You may also like...