• All
  • [post-views]

ถ้ายังรอก็สายเกินแก้……หรือไปแก้ก็สายเสียแล้ว

ในวันหยุดที่แสนสบายแต่พวกเขาเหล่านั้นยังอยู่ในพื้นที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยได้ยินเสียงผู้คนที่เดินเข้ามาในศาลากลางหมู่บ้านว่า “สมัยนี้ดีจังเลยคุณหมอเขาออกมาถึงที่เลยไม่ต้องเข้าไปโรงพยาบาล” บุคลากรทางสาธารณสุขคงยังเป็นกลุ่มคนทำงานที่ยังใกล้ชิดกับประชาชนตั้งแต่เกิดจนถึงตายเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในทุกระยะในการมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้

หลายครั้งคนทำงานก็บอกกับตัวเองว่าทำงานมาตั้งนานทำไมปัญหาไม่คลี่คลายแต่ดูเหมือนว่ายิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมเพราะยอดสะสมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งท้อ…..เหนื่อยและเริ่มล้าแต่เมื่อคิดถึงผู้คนที่รออยู่ถ้าเราไม่ทำเขาเหล่านั้นจะเป็นอย่างไรมันจึงเป็นแรงขับที่ยังคงทำให้คนงานคิดอยากทำงานโดยไม่ย่อท้อและเหน็ดเหนื่อย

งานที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของมนุษย์เป็นเรื่องที่ยากที่จะทำให้คนหันมาปรับเปลี่ยนทันทีทันใดโดยเฉพาะถ้าพูดถึงเรื่องเพศซึ่งเป็นเรื่องของคนสองคนและยังเป็นเรื่องที่วัฒนธรรมของคนไทยไม่กล้าที่จะนำมาคุยในที่เปิดเผยและยิ่งเป็นเรื่องที่สังคมตีตราว่าส่ำส่อนก็ทำให้ใครหลายคนที่เป็นโรคนี้ปิดบังไว้อย่างดีไม่อยากให้ใครได้รับรู้หรือบางครั้งเรื่องที่เกิดขึ้นเจ้าตัวก็ไม่รู้เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรเลย

การประชาสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นวิทยุกระจายเสียงหรือแม้แต่โทรทัศน์ที่โหมกระหน่ำในช่วงสิบปีที่ผ่านมาบอกว่า “ เอดส์เป็นโรคร้ายตายลูกเดียว”“ ส่ำส่อนทางเพศติดเอดส์ทุกราย”

เนื้อหาประชาสัมพันธ์เหล่านี้ยังมีให้เราได้เห็นได้ยินเพราะทางรัฐบาลยุคนั้นคิดว่าถ้าประชาสัมพันธ์เช่นนั้นจะทำให้คนกลัวไม่กล้าทำพฤติกรรมเช่นนั้น

เห็นทีจะไม่ได้ผลเพราะประชาสัมพันธ์กันมาเป็นสิบปีก็ยิ่งทวีปัญหาและความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น คนคิดกลัวแต่เอดส์แต่เรื่องเพศสัมพันธ์คนไม่ได้กลัวเพราะเป็นเรื่องธรรมชาติและเป็นพฤติกรรมของมนุษย์ของผู้หญิงและผู้ชายที่เกิดมาบนโลกใบนี้

ผลของการประชาสัมพันธ์ยังส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้าคือประชาชนเกิดความเข้าใจและมีทัศนคติที่เป็นลบต่อผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ทำให้ผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ไม่กล้าที่จะเข้ามาตรวจเลือดหรือเข้าถึงการรักษาเพราะการถูกตีตราจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานครั้งนี้

เสียงประกาศของผู้ใหญ่บ้านที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประกาศของหอกระจายข่าวของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอกุมภวาปีดังขึ้น “ใครที่สนใจตรวจโรคและตรวจเลือดได้ฟรี เชิญที่ศาลากลางหมู่บ้านวันนี้มีหมอออกมาตรวจให้ฟรี” เสียงครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกเพราะมีประกาศล่วงหน้าก่อนหน้านี้มาแล้ว

เมื่อมองเข้าไปในศาลากลางหมู่บ้านซึ่งถูกสร้างเป็นศาลาเอนกประสงค์พื้นลาดด้วยซีเมนหลังคามุงด้วยสังกะสีมีพัดลมติดบนเพดานเสียงดังหึ่งๆเพราะการใช้มานานเปิดไว้สามตัวเก้าอี้พลาสติกถูกจัดเตรียมไว้เป็นรูปวงกลม

ทีมทำงานลงทำงานวันนี้สี่คนทุกคนสีหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใสกล่าวทักทายกับแกนนำที่ผ่านการอบรมในเรื่องเอดส์ที่โรงพยาบาลที่จัดให้เมื่อสองอาทิตย์ก่อนหัวหน้าทีมถามถึงการเตรียมพร้อมทันทีที่พบแกนนำ “เป็นยังไงบ้างวันนี้เราชวนใครมาร่วมกิจกรรมกันบ้าง” เสียงแกนนำช่วยแข่งกันตอบ “ หมู่บ้านของฉันมีแต่วัยรุ่นมาส่วนพวกผู้ใหญ่ไปรับจ้างเกี่ยวข้าว ” ใช่สินะช่วงนี้เขากำลังเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวของชาวไร่ชาวนาแถบนี้

บอร์ดให้ความรู้เรื่องเอดส์ถูกยกลงมาจัดเรียงจัดวางไว้ในบริเวณศาลากลางหมู่บ้านบอร์ดแรกได้บอกเล่าเรื่องราวของการติดต่อ ส่วนใหญ่จะสื่อด้วยภาพเพื่อให้คนที่มาดูเกิดความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ภาพการสวมถุงยางอนามัยที่ถูกต้องซึ่งภาพทำจากไวนิลที่สวยงาม หลังจัดเตรียมมุมนิทรรศการเสร็จ

ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมเริ่มมีหนาตาขึ้นส่วนทางทีมก็กุลีกุจอเตรียมพื้นที่ในการจัดกิจกรรมเสริม ในขณะที่กำลังรอสมาชิกมีผู้หญิงรูปร่างท้วม วัยกลางคน หน้าตาไม่สู้ดีนัก เดินมาทางด้านหลังในขณะที่ดิฉันกำลังก้มหน้าเตรียมกิจกรรมสำหรับวันนี้แล้วพูดเสียงค่อยๆขึ้นว่า “วันนี้ฉันพาหลานมาตรวจเลือดด้วย” ฉันหันหน้าไปสบตาแล้วยิ้มพร้อมกับพยักหน้าแล้วบอกกับป้าว่าเดี๋ยวร่วมกิจกรรมกันก่อนนะสายตาที่มองมารู้สึกเศร้าๆพิกล

ป้าเกลียวเป็นผู้ดูแลเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิดก็ว่าได้เพราะป้าเป็นพี่สาวของแม่น้องแจนซึ่งน้องแจนก็เป็นพี่สาวคนโตมีน้องชายร่วมมารดาอีกหนึ่งคนซึ่งตอนนี้กำลังบวชเรียนเป็นเณรนานทีจะกลับมาเยี่ยมบ้านบ้าง

น้องแจนเป็นเด็กสาววัยแรกรุ่น ใบหน้าเรียวหม่น ตาโต ริมฝีปากบาง ผิวขาว รูปร่างผอมถามคำตอบคำกิจวัตรประจำวันของเธอที่เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนตอนตีห้าครึ่งเพื่อมาหุงข้าวช่วยป้าทำกับข้าว กินข้าวก่อนไปโรงเรียน เพราะรถจะมาประมาณเจ็ดโมงเช้าเธอต้องทำอะไรให้เรียบร้อยก่อนที่รถจะมารับเพราะหมู่บ้านที่เธออยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณสิบสองกิโลเมตรซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงประจำอำเภอแห่งหนึ่ง

ผลการเรียนที่เธอเอามาให้ดูมันบอกถึงความตั้งใจเรียนที่ผ่านมาได้ดีประกอบกับคำบอกเล่าของยายของเธอซึ่งอยู่กับเธอมาตั้งแต่เธอเกิดเช่นกัน “ไม่เคยเถลไถลเลยกลับจากโรงเรียนก็อยู่แต่บ้าน วันๆก็เห็นฟังวิทยุ แล้วทำการบ้านกับอ่านหนังสือ” เขาอยากมีงานทำดีๆเหมือนกับน้าปุ๊

น้าปุ๊เป็นอีกคนที่ดูแลเอาใจใส่น้องแจนซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานเพราะน้าปุ๊เป็นลูกสาวของป้าเกลียวซึ่งน้าปุ๊เองก็รักเหมือนกับน้องสาวจริงๆตอนเด็กๆน้องแจนเป็นเด็กที่น่ารักช่างประจบประแจงช่วงที่เกิดมาแรกๆพ่อกับแม่ของเธอก็อาศัยอยู่บ้านยายซึ่งปลูกติดกันกับบ้านป้าเกลียวบ้านของยายอยู่ด้านหน้าเป็นบ้านสองชั้นด้านล่างเป็นปูน ด้านบนเป็นไม้มีห้องนอนสองห้องแล้วเป็นที่โล่งด้านล่างยกพื้นขึ้นต่างระดับครึ่งหนึ่งของพื้นที่ มีโทรทัศน์ตั้งไว้ มีเสื่อปูไว้สำหรับนอนส่วนใหญ่ยายไม่ขึ้นข้างบนเพราะยายเดินลำบากจะนอนข้างล่างส่วนด้านบนจะมีแต่น้องแจนที่ขึ้นไปนอน ตอนนี้น้าปุ๊ไปสอบบรรจุครูได้และกำลังเรียนต่อเพื่อเอาประกาศนียบัตรวิชาชีพครูจะมาเรียนที่มหาวิทยาลัยในตัวจังหวัดก็จะกลับมานอนด้วยในวันศุกร์และวันเสาร์

ตอนเด็กๆเวลาทำการบ้านไม่ได้ก็จะให้น้าปุ๊เป็นคนสอน อยากได้อะไรก็จะให้น้าปุ๊ซื้อให้แต่จะไม่ค่อยพูดมีครั้งหนึ่งที่อยากได้รองเท้าใหม่ก็เขียนใส่กระดาษโน้ตวางคั่นไว้ในหนังสือที่ตนเองอ่าน “รองเท้าคับจังเลย ถ้าน้าปุ๊มาจะให้ซื้อให้ใหม่” พอตนเองมาก็เลยพาไปซื้อ รองเท้าคู่เก่าจนขาด เวลากลับมาจากโรงเรียนเห็นมาหยอดกระปุ๊กอยู่เรื่อยๆ ลองยกดูก็หนักเอาการเห็นเจ้าตัวบอกว่าเก็บไว้ถ้าอยากได้อะไรจะได้ไม่รบกวนป้าเกลียว

ช่วงหลังๆมานี้สุขภาพของน้องแจน ถ้าอากาศเย็นๆจะไอมากขึ้น นอนไม่ได้ ลุกขึ้นตอนดึกๆพาไปหาหมอที่คลินิกดีขึ้นแล้วอาทิตย์สองอาทิตย์ก็เป็นอีก ส่วนมากเขาก็ให้ยาแก้ไอมาถ้าน้องแจนเป็นทีไร คนที่อยู่ในบ้านก็ไม่สบายใจไปตามๆกันเพราะเรื่องราวที่ถูกปิดมานับสิบสี่ปีไม่เคยเล่าให้ใครฟังแต่มาวันนี้น้องแจนได้ยินเต็มหูทั้งสองข้าง

หลังเข้าร่วมการเล่นเกมส์กิจกรรมการแพร่ระบาดของเอดส์ที่สื่อด้วยเกมส์แลกน้ำทั้งผู้ใหญ่และเด็กก็บอกเป็นเสียงเดียวว่าก็ไม่รู้เลยซินะว่าใครที่มีเชื้อเอดส์ในร่างกายเพราะน้ำใสๆแลกกันไปแลกกันมาซึ่งที่จริงผู้เตรียมกระบวนการได้นำน้ำปูนใสไว้หนึ่งแก้วจนแลกกันไปมา3-4 ครั้ง ค่อยมาเฉลยว่าสมมุติว่าน้ำปูนใสเป็นเชื้อเอดส์ถ้าตรวจสอบด้วยอะฟรีนอฟฟินลินจะได้สีม่วงแดงนั่นแสดงว่ามีการติดเชื้อแต่นี้เป็นแค่เกมส์ ถ้าเราอยากรู้ว่าตนเองติดเชื้อเอดส์หรือไม่ วันนี้เรามีโปรโมชั่นมาให้ถึงที่คือการเข้ารับการปรึกษาและตรวจเลือดได้ฟรี

พอพูดเสร็จก็จัดสถานที่ให้คนที่มีความสมัครใจเข้าคุยกับทีมงานของผู้ให้การปรึกษาป้าเกลียวซึ่งรออยู่แล้วก็จูงมือน้องแจนที่มาร่วมกิจกรรมตั้งแต่แรกเริ่ม สีหน้าของป้าเกลียวไม่สู้ดีนักส่วนน้องแจนก็ดูเหมือนว่าเธอเข้าใจที่ป้าพูดกับเธอก่อนที่จะมาร่วมกิจกรรมเมื่อเช้านี้

เมื่อกระบวนการให้การปรึกษาเสร็จสิ้นลงผู้ให้การปรึกษาถามน้องแจนว่าคิดอย่างไรกับผลเลือดที่จะออกมาน้องแจนน้ำตาคลอแล้วพูดเสียงสั่นเครือว่า “อะไรจะเกิดก็ห้ามให้มันเกิดไม่ได้ ถ้าเป็นจริงๆก็รักษาดีกว่าปล่อยไว้ กลัวเป็นเหมือนพ่อกับแม่” แล้วน้ำตาหนูน้อยก็ไหลเป็นทางยาวฉันหยิบกระทิชชูในกระเป๋าที่เตรียมมายื่นให้หนูแจนซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันพอทำได้ในขณะนั้น

ภาพของแม่ที่ผอมลงเรื่อยๆ ผิวดำคล้ำลง มีไอเรื้อรังเวลากลางคืนแม่ต้องผุดลุกผุดนั่งไอมากขึ้น เป็นภาพที่น้องแจนจำได้ติดตาในตอนนั้นป้าเกลียวบอกว่าแม่เป็นโรคปอดอักเสบแล้วจริงๆแม่มีโรคอื่นด้วยหรือเปล่าที่ทำให้แม่ต้องจากน้องแจนไปตั้งแต่เธออายุได้เพียง 9 ขวบ

วันนี้ตรวจเลือดก่อนนะวันพุธหน้าผลเลือดถึงจะออก ป้าเกลียวบอกเดี๋ยวจะพาน้องแจนไปฟังผลเลือดที่สถานีอนามัย ดิฉันย้ำว่าถ้าผลเลือดผิดปกติต้องตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลก่อนนะไม่ใช่ตรวจครั้งเดียวแล้วบอกว่าติดเชื้อเลยนะ

พอห้องชันสูตรตรวจเลือดเสร็จเอาผลเลือดมาดูที่ห้องผลการตรวจเลือดในโครงการส่งเสริมการเข้าถึงการปรึกษาและการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีแบบเชิงรุกหรือเรียกง่ายๆว่าหน่วยเคลื่อนที่ในการตรวจหาการติดเชื้อเอดส์ ซึ่งพื้นที่ของเราลองทำนำร่องดูหลังจากนั้นต้องส่งผลเลือดให้สถานีอนามัยแจ้งผลเลือดสำหรับคนที่มาตรวจเลือดไว้

ในการทำงานที่ผ่านมาส่วนใหญ่ถ้าผู้รับบริการต้องการตรวจเลือดก็เข้ามาที่โรงพยาบาลแต่ก็มีจำนวนน้อยเพราะคนส่วนใหญ่ถ้าตนเองไม่มีอาการก็จะไม่มาตรวจในครั้งนี้เราลองปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเราไม่ได้ให้เขารอจนมีอาการแล้วค่อยได้รับการตรวจเลือดถ้าเกิดความเข้าใจแล้วว่าตนเองไปมีความเสี่ยงในพฤติกรรมทางเพศมาก็สามารถเข้ารับการตรวจได้

ในขณะกำลั่งนั่งทำงานอยู่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น “พี่ค่ะหนูจะส่งคนไข้ไปตรวจเลือดซ้ำอีกทีนะคะ” นั่นหมายถึงในพื้นที่มีคนที่ตรวจเลือดออกมาผลเลือดเป็นบวก แล้วไม่นานคนที่เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยโทรศัพท์มาบอกไว้ก็เดินทางมาถึง

ป้าเกลียวเดินนำหน้าน้องแจนเข้ามาที่คลินิกน้องแจนก้มหน้ามือของเธอมีผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆอยู่ในมือ “เชิญเลยคะเข้ามาคุยกันก่อน” ฉันร้องบอกป้ากับหลาน “หมออนามัยบอกว่าต้องเลือดซ้ำอีกครั้งหนึ่ง” ป้าเกลียวกล่าวซ้ำทับอีกที สีหน้าของป้าก็ไม่แตกต่างจากหลานมากนัก

แล้ววันที่ทั้งป้าและหลานรอคอยก็มาถึงผลการตรวจเลือดรอบที่สองที่อยู่ในมือเจ้าหน้าที่

ถ้าขอพรได้ป้าเกลียวบอกว่ามันน่าจะออกมาเป็นลบ ป้าไม่อยากให้หลานที่ป้ารักเหมือนลูกต้องมาเป็นเหมือนน้องสาวที่จากไปเลย

ฉันห่วงความรู้สึกของน้องแจนเพราะเธอมีชีวิตอยู่ได้มาจนอายุ 14 ปีมาวันนี้ความรู้สึกที่เธอได้รับมันคงเจ็บปวดถ้าไม่มีโครงการเชิงรุกออกไปหนูน้อยก็คงต้องเป็นแบบผู้ใหญ่หลายคนประเภทล้มหมอนนอนเสื่อมาถึงโรงพยาบาล น้องแจนเช็ดน้ำตาที่ไหลด้วยผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยที่เธอถือมาฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอได้ดี วันพุธหน้าจะตรวจหาเม็ดเลือดขาวในเลือดเพิ่มให้ก่อนนะคะ

เป็นกิจกรรมครั้งต่อไปของการนัดมา

ผลการตรวจดูเม็ดเลือดขาวหรือที่เขาเรียกกันในทางการแพทย์ว่า CD 4 ของน้องแจนอยู่ในกระดาษฉันก้มลงดูแต่มันแทบไม่น่าเชื่อเพราะมันเหลือเพียง 116 เซลนั่นแสดงถึงภาวะการเจ็บป่วยของน้องแจนเธอเป็นผู้ป่วยคนหนึ่งแต่ที่ตาเรามองเห็นหรือแม้แต่คนในครอบครัวเองก็ยังให้โรคดำเนินไปเรื่อยๆเป็นเพราะความไม่รู้หรือเป็นเพราะอะไรที่ทำให้เธออยู่กับโรคมาจนถึงสิบสี่ปีถ้าไม่มีโครงการการส่งเสริมการเข้าถึงการปรึกษาและตรวจเลือดแบบเชิงรุกชีวิตเธอจะเป็นอย่างไร

หลังจากนั้นน้องแจนก็มาตรวจตามนัดแพทย์ได้เริ่มยาต้านไวรัสโดยการทดสอบยาสองสัปดาห์ดูเหมือนฟ้าจะแกล้งเธอพอกินยาไปได้หนึ่งอาทิตย์ก็มีตุ่มขึ้นตามร่างกายแพทย์ให้น้องแจนหยุดยาไว้ก่อนหลังจากนั้นปรับเปลี่ยนสูตรยาเป็นสูตรที่ สองแต่พอเธอกินยาสูตรที่สอง

เธอมีน้ำมีนวลมากขึ้นน้ำหนักของเธอขึ้นไปสองกิโลกรัมหลังจากกินยาเข้าไปเพียงสามสัปดาห์ตุ่มที่เคยขึ้นบริเวณที่ขาทั้งสองค่อยๆยุบลง อาการไอที่เธอเคยไอในตอนกลางคืนมันมีอาการน้อยลง หน้าตาชดชื่นขึ้น เธอยิ้มเห็นไรฟันทำให้ฉันอดที่จะภูมิใจกับผลงานชิ้นนี้ไม่น้อย

การมารับยาต้านไวรัสของเธอจะมีลุงขับรถมอเตอร์มารอหน้าโรงเรียนในช่วงเธอหยุดพักรับประทานอาหารในแต่ละครั้งของการมารับยา ลุงของเธอจะไม่เข้ามาที่คลินิกลุงบอกว่ากลัวคนที่อยู่ในหมู่บ้านจะเห็นกลัวเขาว่า ถ้ามีคนถามก็บอกพาป้ามารับยาเรื่องราวของน้องแจนอยู่ในครอบครัวก็มีเพียง ป้า ลุง น้าปุ๊ เท่านั้นที่รู้ว่าน้องแจนป่วยเป็นโรคอะไร

ในวันนี้ผู้ติดเชื้อผู้ป่วยเอดส์โชคดีกว่าคนที่เป็นเอดส์ในสมัยก่อนเพราะมีการรักษาด้วยยาต้านไวรัสแต่ต้องเข้าถึงการบริการถ้าเขาเหล่านั้นยังอยู่ที่บ้าน ญาติพี่น้องก็ไม่พามาหรือถ้าเราไม่จัดทำโครงการเชิงรุกลงไปในชุมชนการทำงานที่รอตั้งรับอยู่ที่โรงพยาบาลก็คงเป็นเหมือนกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาผู้ป่วยคนแล้วคนเหล่าที่มาเมื่อมีอาการมากแล้ว บางคนก็มาถึงไม่กี่วันก็เสียชีวิต

เรื่องราวของการทำงานในโครงการส่งเสริมการเข้าถึงการปรึกษาและการตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวี ในเชิงรุกคงเป็นกลวิธีหนึ่งที่จะทำให้ผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์เหล่านั้นสามารถเข้าถึงบริการได้ก่อนที่เขาเหล่านั้นจะมีอาการมากเกินกว่าจะแก้ไขได้

ถึงแม้ว่าภาระการทำงานที่เพิ่มขึ้นแต่ผลที่เกิดขึ้นมันมีค่ามากมายเพราะหนึ่งชีวิตของเขาเหล่านั้นยังมีค่าต่อครอบครัวและชุมชน คนทำงานด้านเอดส์มาช่วยให้เขาเหล่านั้นได้กลับมามีชีวิตที่มีหวังกันอีกสักครั้งกันเถอะ

 

 

ดวงพร ถิ่นถา

โรงพยาบาลกุมภวาปี        จังหวัดอุดรธานี

>

Mayong_ness

อยากเขียนเรื่องราวข้อมูลต่างๆ เพื่อให้คนที่สนใจได้เข้ามาอ่าน..อาจจะไม่ได้เขียนทุกวัน..นานๆที่มาเขียนนะคับ..ถ้าข้อมูลใดไม่ถูกต้องก็ ติชมกันได้นะคับ..

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ...