• All
  • [post-views]

จุดเปลี่ยนของชีวิต ณ รพ.กุมภวาปี

ดิฉันเป็นแพทย์จบใหม่   ซึ่งตรงกับยุคสมัยที่เรียกว่าวัตถุนิยมวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาแทรกแซง ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับคนไข้เปลี่ยนไป จากในอดีตค่อนข้างมากแทบจะเรียกว่าแพทย์คือผู้ให้บริการส่วนคนไข้คือผู้รับบริการ นโยบายประกันสุขภาพเข้ามา ผู้มารับบริการมากขึ้นในขณะที่ปัญหาแพทย์ลาออกมากขึ้นภาระงานเพิ่มขึ้นโอกาสผิดพลาดมากขึ้นการฟ้องร้องย่อมตามมา ชีวิตแพทย์ใช้ทุนปีแรกอยู่ในโรงพยาบาลศูนย์ที่มีอุปกรณ์รักษาพร้อมทุกอย่าง มีอาจารย์แพทย์เชี่ยวชาญคอยดูแล แต่มองออกไปในรพ.ชุมชนต่างๆแล้วช่างว้าเหว่และน่ากลัว “ดูไม่ไหวก็ส่งมาอย่าเสี่ยงทำเอง” นี่คือความปรารถนาดีที่อาจารย์เป็นห่วงศิษย์    ช่วงอยู่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีได้รับ case refer มากมายจากรพ. ชุมชนต่างๆ รู้สึกเป็นเรื่องธรรมดา แต่สะดุดตาและติดใจ ใบ Refer ไม่กี่ฉบับจากรพ.กุมภวาปี ซึ่งคนที่ส่งมาเป็นคนคนเดียวกัน

ในใบส่งต่อเขียนรายละเอียดของคนไข้อย่างเป็นระเบียบอ่านง่ายได้ใจความ แจงวิธีรักษา, ใบฟอร์มปรอท, ผล lab เย็บรวมกันมา ทันทีที่อ่านใบ refer นี้บอกกับตัวเองเลยว่า “ต้องดูแลคนไข้คนนี้ให้ดีที่สุด ให้สมกับที่แพทย์เจ้าของไข้เขาดูแลไว้และไว้ใจส่งมาให้เราดูต่อ” ช่วงเวลาของการฝึกเพิ่มพูนทักษะ แพทย์ใช้ทุนลงชื่อเลือกรพ.ชุมชนที่จะไปประมาณ 10 แห่ง ทุกคนเลือกเต็มหมดว่างไว้แห่งเดียวสุดท้ายคือ รพ.กุมภวาปี เพราะขึ้นชื่อเรื่องทำงานหนัก

วันแรกก้าวเข้ามาในรพ.ไม่รู้ว่าจะเดินไปตรงไหนก็เดินเข้าห้องฉุกเฉินไว้ก่อนน่าจะพอถามอะไรได้บ้าง ทันทีที่ก้าวเข้าไปเหยียบธรณีประตู   ก็มีรถเข็นผู้ป่วยกำลังหยุดหายใจเข้ามาในเวลาเดียวกัน คลำชีพจรผู้ป่วยคนนั้นไม่ได้  ก็เป็นอันได้เริ่มงานทันที อยู่ต่อมาก็รู้ว่างานฉุกเฉินคับขันแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาของรพ.แห่งนี้

วันต่อมาขณะนั่งตรวจ OPD ได้ยินเสียง  พี่หมอท่านหนึ่งสนทนากับคนไข้เป็นหญิงชรา ด้วยเสียงดังฟังชัด บอกวินิจฉัย วิธีรักษาและการปฏิบัติตัว พูดเน้นย้ำกับญาติและคนไข้จนกว่าจะเข้าใจ ทันใดนั้นก็บอกกับตัวเองเลยว่า ต้องเรียนรู้ศิลปะการดูแลคนไข้จากพี่แพทย์ท่านนี้ให้ได้มากที่สุด เพราะพี่ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้ประหนึ่งญาติตัวเอง

1 ปี ผ่านไปไวเหมือนโกหก เพราะการได้ทำงานร่วมกับพี่แพทย์ท่านนี้ ณ โรงพยาบาลแห่งนี้ ดูเหมือนจะทำให้ทุกแผนกทุกฝ่าย มีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยและต้องทำงานหนักขึ้น แต่เป็นความเหนื่อยที่ภูมิใจ เช่น ในตึกอายุรกรรม มีคนไข้ ชื่อ วันเพ็ญ ฉายาผู้หญิงร้อยฟิล์มได้มานอนโรงพยาบาลนาน เกือบ 3 เดือน ด้วยเรื่อง HIV c PCP c recurrent pneumothorax c malnutrition (bed ridden) ลำพัง case อายุรกรรม    ปกติก็ยุ่งพอแรง (คนไข้ล้นออกมานอกตึก) ยังมีรายนี้นอนใส่ ICD ต่อเครื่อง Suction  ช่วงแรกดูหมดหวังมาก Follow up film แต่ละวันดูไม่ตอบสนอง (ญาติผู้ป่วยยืนยันไม่ขอไปรักษาที่อื่นเพราะรู้ดีว่าการรักษาไม่แตกต่าง)   บางวันต้อง revise ICD ถึง 3 ครั้ง กระนั้น พี่พยาบาลและน้อง Nurse Aide ในตึกไม่เคยบ่นซักคำ เห็นเราอึกอักยุ่งแค่ไหน

ก็หันมาถามว่า คุณหมอจะเอาอะไร เจ้าหน้าที่ X-Ray พอตามก็รีบมา บางครั้งว่างก็มาก่อนเวลา ระหว่างรอแพทย์ก็เย้าแหย่กันไป

มีครั้งหนึ่งเครื่อง  X-Ray เสีย “ก็เพราะคุณหมอนั่นแหละใช้งานเยอะ”  เปลี่ยนจากความเหนื่อยเป็นรอยยิ้ม ไม่เพียงเท่านั้น รอยยิ้มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็เกิดในหัวใจของเจ้าหน้าที่ตึกอายุรกรรมทุกคนเมื่อลมในเยื่อหุ้มปอดของวันเพ็ญลดลง แพทย์ประสานหาซื้อยาโดยให้ญาติติดรถ Refer จากโรงพยาบาลศูนย์มะเร็งอุดร มาใส่เพื่อเชื่อมเยื่อหุ้มปอด ในที่สุดปอดก็ขยาย นักกายภาพมาฝึกวันเพ็ญหายใจและหัดเดิน  ครบวันที่ 85 วันเพ็ญ พร้อมสามีอุ้มลูกชายวัย 8 เดือน อ้วนท้วนแข็งแรงมาไหว้ลาทุกคนและขอบคุณ  จากนั้นก็มาตรวจตามนัด วันเพ็ญน้ำหนักขึ้นเป็น 45 จากเดิม 30 kg.ในเวลา 2 เดือน กลายเป็นสาวสวยที่มีครอบครัวอบอุ่นอีกครั้ง

Case คุณธีระ ตับแข็ง ระยะสุดท้าย สภาพนอนผอมแห้ง แก้มตอบพุงโต นอนติดเตียง ไม่รู้สติจาก hepatic encephalopathy มีแผลกดทับ ภรรยาทะเลาะกับแม่สามีเรื่องไม่ดูแลผู้ป่วย   เหตุผลเนื่องจากภรรยา รู้ในการพยากรณ์โรคของผู้ป่วยดีและมีปัญหาเรื่องการเงินอย่างมาก จากเงินที่เคยพอมีเลี้ยงปากท้อง    ภรรยาต้องหยุดงานมาดูแล โดยกู้เงินเพื่อนบ้านมาเป็นค่าใช้จ่าย พี่พยาบาลมีหน้าที่ทำแผนผังครอบครัว แพทย์เขียนเรื่องขอเงินอนุเคราะห์จากกองทุนสมเด็จพระเทพ ฯ เจ้าหน้าที่การเงินยื่นเรื่องถึงท่านผู้อำนวยการ อนุมัติผ่านอย่างรวดเร็ว ได้เป็นเงินก้อนมาใช้จ่าย   ต่อมาผู้ป่วยเริ่มรู้สึกตัวและพอช่วยเหลือตนเองได้ ผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องการเดินทางกลับบ้าน ทางตึกอายุรกรรม ประสานรถโรงพยาบาลใกล้บ้านมารับ ผู้ป่วยและภรรยายิ้มอย่างมีความสุขที่เข้าและออกจากโรงพยาบาล  เพราะเขารู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัยแม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ในบั้นปลายของชีวิต “ถ้าน้องสนใจในทุกอย่างของคนไข้ (องค์รวม) มันมีช่องทางให้ติดต่อเสมอ” นี่คือคำสอนของพี่แพทย์ที่ก้องอยู่ในหู

คนไข้อนาถาไร้ญาติ น้อง NurseAide ก็ช่วยสระผมดูแลความสะอาดให้ ยามคนไข้อายุรกรรมล้นตึกมากตึกศัลยกรรมช่วยรับแบ่งปัน ยามตึกเด็กล้น ตึกหลังคลอดช่วยรับต่อ พี่พยาบาลห้องฉุกเฉินช่วยแพทย์ดูแลเบื้องต้น ตรียมตรวจชันสูตรคนไข้ให้พร้อมเพื่อลดภาระงาน พยาบาลในตึกต่างๆ มีคนไข้สิทธิ์บัตรทองแต่การตรวจชันสูตรที่โรงพยาบาลไม่มี เช่น ADA และ PCR for TB เจ้าหน้าที่ห้อง Lab ก็ช่วยเป็นธุระประสาน คนไข้ไม่ต้องถูกส่งต่อ และเสียเงิน

แผนกลงข้อมูลผู้ป่วย Admit ก็ทุ่มเท แบบที่เรียกว่าต้องแบกเอาการบ้านไปทำที่บ้าน สร้างผลประโยชน์ให้กับโรงพยาบาลอย่างมาก เช่นเดียวกับแผนกงานคุณภาพ ที่เจ้าหน้าที่ได้ดึงศักยภาพของตัวเองมาใช้อย่างสุดความสามารถ อยู่เบื้องหลังของรางวัลความสำเร็จของโรงพยาบาล

คนไข้ OPD  จะเยอะมหาศาล ก็ไม่หวั่น   เพราะคนที่นั่งห้องตรวจข้างเรา เป็นท่านผู้อำนวยการที่มาทำงานแต่เช้า ตื่นเช้ามามีคนไข้ในตึกนอนรอเราอยู่ วันทั้งวันก็หมดไปกับการดูแลคนไข้ บ่อยครั้งที่เผลอหลับไปเพราะ เหนื่อย ถ้าวันนั้นต้องอยู่เวร วัฏจักรชีวิตวนเวียนอยู่แค่นี้ แต่ทำไมไม่รู้สึกเหนื่อย มีความสนุกและอบอุ่น “อาชีพในวงการสาธารณสุข เราทำงานกับคนทุกข์คนยาก หากทำดีก็จะได้บุญมาก แต่หากประมาทไม่ละเอียดถี่ถ้วนในการดูแลก็จะตรงข้าม เพราะงานที่เราเกี่ยวข้อง คือชีวิตคน คือสิ่งที่สิ่งมีชีวิตทุกชนิด รักและหวงแหนมากที่สุด ดังนั้น “หากเราเอาใจเค้ามาใส่ใจเราก็จะทำให้เราพยายามที่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับคนไข้ และทันทีที่เราทำให้ทุกข์ของคนไข้ลดลง ความสุขก็เกิดขึ้นในใจเราทันที   วิชาชีพของพวกเรา ช่างดีจริงๆ จะหาความสุข เท่าไร เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำกัด” พ่อแม่ครูบาอาจารย์ สั่งสอนศิษย์มาอย่างนี้

ตั้งแต่นี้ไปความคิดได้เปลี่ยนชีวิตเปลี่ยน  ดิฉันคิดว่าตัวเองเป็นแพทย์ใช้ทุนที่โชคดีมากที่สุดคนหนึ่ง ที่ได้มาทำงาน ณ โรงพยาบาลแห่งนี้ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับกัลยาณมิตรที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละ เพื่อโรงพยาบาลของเรา ดิฉันไม่ได้ทำงานคนเดียว และไม่ต้องกลัวปัญหาเรื่องการฟ้องร้อง เพราะพวกเราได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ช่วยผลักดัน ให้ดิฉันผู้ซึ่งเดินมาถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต ขอบคุณที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ทำให้ดิฉันเกิดปัญญา ผลักดันให้ชีวิตของดิฉันเลี้ยวไปในเส้นทางที่ถูกต้อง มั่นคง และยั่งยืน เพราะไม่ว่าวันข้างหน้า คลื่นลมจะแรงแค่ไหน ดิฉันก็เชื่อมั่น ในเส้นทางนี้ว่าเดินมาถูกต้องและจะพาชีวิตไปสู่ความสุขที่แท้จริง

 

 

 

พญ.ศรุตา   ฟักนวม

รพ.กุมภวาปี   จังหวัดอุดรธานี

>

Mayong_ness

อยากเขียนเรื่องราวข้อมูลต่างๆ เพื่อให้คนที่สนใจได้เข้ามาอ่าน..อาจจะไม่ได้เขียนทุกวัน..นานๆที่มาเขียนนะคับ..ถ้าข้อมูลใดไม่ถูกต้องก็ ติชมกันได้นะคับ..

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ...